วันนี้ได้ไปร่วมงาน Thailand Next Web Apps 2008 ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกที่ INET (ตึกไทยซัมมิต เพชรบุรี) เข้าสายไป 30 นาที และได้เลือกฟัง Room 1 ซึ่ง ณ เวลานั้น พี่สุกรี พูดเรื่อง Brainstorm พอดี แต่มาคราวนี้ อยู่ไม่ได้เต็มวันพราะติดธุระ ต้องกลับช่วงบ่าย 3 ยังไง ก็ขอรายงานเท่าที่ได้ฟัง และจดจำมาได้ พร้อมปลากรอบ (รูปประกอบ :D ) นะครับ

Thailand Next Web Apps 2008
โลโก้ นี้ ถูกแปะบน A4 ซึ่งมันเด่นกว่าลูกศรบอกทางที่ระบายด้วยปากกาลูกลื่น เสียอีก
ทำให้ งง ว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือขวาดี

Thailand Next Web Apps 2008
ผู้สนับสนุนงานนี้ (TOSDN ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย)

Thailand Next Web Apps 2008

@Sugree – Brainstorm

ถึงแม้จะมาทัน แต่ยังจับหัวข้อได้เลือนลาง เข้าใจว่าพูดถึง การทำเว็บ Brainstorm ที่อยากให้เกิดขึ้นในไทย ซึ่งปกติการคิดจะทำหรืออยากฟังความเห็นอะไรสักอย่าง เรามักจะคุยกันและขอความเห็นเฉพาะในองค์กรเท่านั้น แต่ถ้าเรามีเว็บที่เปิดกว้างให้คนภายนอกได้ร่วมแสดงความเห็น และแนวคิดใหม่ๆ น่าจะทำให้เราได้สิ่งที่ตรงใจลูกค้ามากกว่า

โดย AV Greek ท่านนี้ได้ยกตัวอย่างเว็บ Dell IdeaStorm มาให้ดู ซึ่งในเว็บนั้นทุกคนสามารถโพส Idea ใหม่ๆ ลงไปเพื่อให้ คนอื่นๆได้ทำการ โหวต โดยจะมี Promote (เห็นด้วย) และ Demote (ไม่เห็นด้วย) ให้เลือก พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นได้อีกด้วย เมื่อหัวข้อไหนถูก Promote มากๆ ก็จะถูกแสดงในอันดับบนสุด จากนั้น Dell ก็จะนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองตามที่ได้รับโหวตมา

ความเห็น iFew : เป็นแนวคิดที่ดีมากเลยครับ ผมว่า การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่มองโลกกว้างกว่าผู้ให้บริการ มักจะมีแนสคิดหลุดกรอบเสมอ และได้ในสิ่งที่เขาต้องการที่แท้จริง เพราะในชีวิตจริง บางครั้ง ความเห็นของผม (Programmer) ก็มักจะเจอบ่อยๆ ที่จะไปขัดกับความเห็นของผู้อยู่สายอาชีพอื่น เช่น Marketing, Sell, Manager แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เป็นความเห็นและความรู้สึกส่วนตัวทั้งสิ้น อาจจะไม่ตรงใจลูกค้าก็ได้ ใครจะไปรู้

Thailand Next Web Apps 2008
บรรยากาศใน Room 1 ช่วงเช้า

@Pittaya – Fwdder.com

คุณ Pittaya ได้พูดถึงเว็บของตนเองเว็บหนึ่งคือ Fwdder โดยแนวความคิดง่ายๆ คือ การนำเรื่องราวต่างๆที่ได้รับจากอีเมล มาโพสเผยแพร่ แบ่งปันให้ผู้อื่นได้รับรู้ (ใช้ Solr ในการทำระบบค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์)

Thailand Next Web Apps 2008
คนเยอะเหมือนกัน แต่ก็ไม่ถึงกับมากมายนัก

@Lew – แนวทางการพัฒนา Web Apps ของไทย

พี่ลิ่ว มาพูดเรื่องแนวทางการพัฒนา Web Apps ของไทย (จำหัวข้อไม่ได้)  โดยพูดถึง Blognone และ Exteen เป็นตัวอย่าง ว่าทำอย่างไร ทำไม คนถึงใช้

โดยก่อนอื่น ให้นิยามว่า โปรแกรมเมอร์ที่ดี (Good) จะเขียนได้โค้ดที่ดี แต่โปรแกรมเมอร์ที่ยิ่งใหญ่ (Great) จะเป็นนักขโมย (Steal) ที่ยิ่งใหญ่ (ไม่รู้ผมใช้คำผิดไหม) เช่น บิลเกตเป็นต้น

ขอโมยในที่นี้ไม่ใช่ ขโมยโค้ดชาวบ้านแล้วมาทำเป็นเว็บตนเอง แต่หมายถึงขโมยไอเดียและนะมาทำต่อ เช่น Blognoneได้ไอเดียมาจาก Slashdotโดยมีหัวข้อที่พูดดังนี้ครับ

Why that not use Slashdot
“ทำไม คนไทย จึงไม่อ่านข่าวจาก Slashdot” ซึ่ง สามารถสรุปปัญหาได้คร่าวๆ ว่า

1. ภาษา (Language) : แน่นอน ว่าคนไทยส่วนใหญ่อ่อนแอภาษาอังกฤษ (ผมก็หนึ่งในนั้น)
2. วัฒนธรรม (Culture) : วัฒนธรรมของการใช้งานเว็บไซต์ของคนไทย ต่างจากของฝรั่ง จึงทำให้ไม่ชินในการใช้งาน
3. กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ (Target Group) : โดยทั่วไปคนไทยส่วนใหญ่มักอ่านข่าว/บทควม คอมพิวเตอร์ในระดับของผู้ใช้ (เช่น สินค้า/บริการออกใหม่,ปัญหาสินค้า/บริการ) มากกว่าที่จะอ่านข่าว/บทความในเชิงเทคนิค (เช่น Bug ใน PHP, Bug ใน Drupal)
4. domain : ชื่อของโดเมนไม่สื่อ จำไม่ได้ เข้ายาก สะกดไม่เป็น

What Exteen difference Blogger
“อะไรที่เป็นความแตกต่างของ Exteen และ Blogger”

1. หน้าตาเหมาะสมกับวัฒนธรรมคนไทย กล่าวคือ เข้า exteen หน้าแรก คุณเพื่อนและ ข้อมูลมากมาย แต่เข้า Blogger หน้าแรก คุณเจอแต่อธิบายการสมัครสมาชิก
2. เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
3. วัฒนธรรมคนไทยขี้เหงา การดีไซน์และบริการ จะเหมาะกับนิสับคนไทยมากกว่า โพสมาโพสไป คอมเม้นมาคอมเม้นไป
4. จับกลุ่มผู้ใช้งานได้อย่างเหนียวแน่นเช่น Cosplay, Teenage, Asian Idol Lover

Then what’s Next
“ถ้าเราอยากมี Web Apps แล้วอะไรล่ะ ที่เราควรจะทำต่อจากนี้”

1. ลองมองหาบริการดีๆ ของต่างประเทศสักบริการ
2. ตั้งคำถามว่า “ดีๆ แบบนี้ ทำไมนะ คนไทย ถึงไม่ใช้ัมัน”
3. ลงมือทำมันซะ (Implement)

Localizing

 การทำแต่ละอย่าง อย่าลืมดัดแปลงให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมผู้ใช้ในประเทศไทย

Be Realistic

รู้จักสภาพความเป็นจริง โดยคิดถึง กลุ่มเป้าหมาย โดยการตลาดเฉพาะกลุ่มนั้นๆ (Nich Marketing) ไม่ใช่ ใ้หความรู้สึก การคาดการในการคิด (Expected)

จากนั้นพี่ลิ่ว ก็ได้พูดถึงเรื่อง Micro Blogging ว่าทำไมคนไทยไม่ใช้ Twitter และทำไม  Micro Blogging ในไทย เช่น NokNok ถึงไม่มีบริการเสริม เช่น ส่ง SMS ไม่จำกัด, เรียก Taxi ได้, รายงานสภาพการจราจรได้

@Unknow – Creative Common Thailand

พูดถึงเรื่อง Creative Common (CC) ว่ามันเป็นข้อตกลงก้ำกึ่ง ระหว่างงานลิขสิทธิ์และงานสามารถเผยแพร่ได้

Full Copyright ————> CC <—————- Public

โดยยกตัวอย่างสัญลักษณ์ 4 แบบ ว่า คืออะไร (ขอลอกจาก cc.in.th มาเลยนะครับ)

แสดงที่มา (by) คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย ใช้ และจัดแสดงงานลิขสิทธิ์ของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่ก็ต่อเมื่อพวกเขาประกาศด้วยว่างานนั้นเป็นของคุณ

ไม่ใช้เพื่อการค้า (nc)  คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย ใช้ และจัดแสดงงานลิขสิทธิ์ของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่สำหรับจุดประสงค์ที่ไม่ใช่เพื่อการค้าเท่านั้น

ไม่แก้ไขต้นฉบับ (nd)  คุณยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย ใช้ และจัดแสดงงานลิขสิทธิ์ของคุณ เฉพาะตัวที่เหมือนต้นฉบับทุกประการเท่านั้น ไม่ใช่งานที่ถูกแก้ไขดัดแปลง (พูดง่ายๆ คือ ให้ใช้/แจกจ่าย/คัดลอกได้ แต่ห้ามดัดแปลงใดๆทั้งสิ้น)

อนุญาตแบบเดียวกัน (sa) คุณยินยอมให้ผู้อื่นแจกจ่ายงานดัดแปลง ด้วยสัญญาอนุญาตที่เหมือนกันทุกประการกับที่ใช้กับงานของคุณเท่านั้น (พูดง่ายๆ คือ เอาไปใช้และดัดแปลงแจกจ่ายได้ แต่ต้องใช้สัญญาอนุญาตุตัวเดียวกันนี้ด้วย)

ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ สามารถประกอบใช้ร่วมกันได้ เช่น: Attribution icon (by)Noncommercial icon (nc)Share Alike icon (sa) หมายถึง สัญญาอนุญาตแบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน (by-nc-sa)

@คุณเดียร์ – Web Standards

Thailand Next Web Apps 2008
พี่เดยร์กำลังพูด Web Standard

ในการพูดครั้งนี้ เหมือนจะเน้นให้เราเห็นประโยชน์ของการทำ Web Standards ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ผมอยากฟังมาก เพราะ ส่วนตัวทำ SEO และ CSS บ้างพอสมควร  เลยอยากรู้ว่า ที่แท้จริงมันคืออะไร แล้วก็ได้คำตอบ ดังนี้ครับ

What’s Web Standards
“อะไรคือ Web Standards”

- มาตรฐานที่ตกลงร่วมกันว่า ถ้าทำตามแล้วจะแสดงผลได้ปกติในทุกที่ทุกแห่ง (โปรแกรม,อุปกรณ์)
- Web Standards แบ่ง Technology ออกเป็น 3 ชั้น ดังนี้ครับ

1. HTML คือ การกำหนดโครงสร้าง ของเว็บให้เป็นส่วนๆ
2. CSS คือ การปรับรูปแบบของโครงสร้าง HTML ให้สวยตามที่เราต้องการ
3. Javascript/AJAX คือ การใส่ลูกเล่น และ Effect ของเว็บตามที่เราต้องการ

- ในส่วนที่โปรแกรมเมอร์ต้องทำคือ การสร้างโครงสร้าง HTML
- ในส่วนของดีไซน์เนอร์ต้องทำคือ การนำโรงสร้างนั้นมา ดีไซน์ด้วย CSS ให้เป็นในรูปแบบที่สวยงาม

Thailand Next Web Apps 2008

Why Web Standards
“ทำไมต้องใช้ Web Standards”

1. ลดปริมาณการสื่อสาร (Less Bandwidth) จะทำให้เว็บเราโหลดได้เร็วขึ้น เพราะ โค้ดไม่ซับซ้อน
2. ทำงานได้ทุกที่ (Universal Accessibility) เช่นอุปกรณ์ต่างๆ หรือเบราเซอร์ต่างๆ หรือแม้แต่ อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ (เพราะอุปกรณ์ผู้กิการจะอ่านโค้ดมาตรฐานได้ถูกต้องมากขึ้น)
3. ง่ายต่อการปรับปรุง (Ease of Maintenance) เช่น ต้องการปรับรูปแบบใหม่ ก็แก้ที่ CSS เท่านั้น
4. Search Engine Optimize (SEO) ทำให้ Search Engine เช่น Google ค้นหาเ็บไซต์เราได้ง่ายขึ้น และเข้าใจว่าอะไรคือส่วนไหนของเว็บไซต์
5. Future รองรับการใช้งานในอนาคต เช่นมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจาก HTML 4 เป็น HTML 5 หรืออื่นๆ

How we Archived
“แล้วจะทำมันอย่างไรล่ะ”

1. Eliminated  TABLE layouts – ออกแบบ layout ด้วย div,span แทนการใช้ table (แต่บางอย่าง ก็ยังสมควรใช้อยู่ เช่นการแสดงข้อมูลต่างๆ ตรงจุดนี้ต้องวิเคราะห์ที่ข้อมูลว่าเหมาะสมที่จะทำแบบใด)
2. XHTML transition doctype – ใช้ doctype กำหนดชนิดการแสดงข้อมูล เพื่อให้ เบราเซอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ทำงานได้ถูกต้อง รวมไปถึงรองรับมาตรฐาน HTML5
3. Semactic documents – กำหนดนิยาม HTML tag ให้ถูกต้อง และเป็นที่เข้าใจ เช่น ข้อมูลเป็นหัวข้อ ก็ควรใช้ ul,li,ol เป็นต้น
4. Usability – ทำเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย, ออกแบบให้เป็นในรูปแบบของ Sitemap เพื่อการเข้าถึง
5. Improve yourself – พยายามศึกษาดูวิิธีการต่างๆ เพื่อให้รู้ว่าอะไรเหมาะสมกับเบราเซอร์,อุปกรณ์ ไหนบ้าง เช่น ลอง ค้นหาคำว่า CSS Hack ดู แล้วจะมีข้อมูลเหล่านี้ให้อ่าน

Who Should Care?
“ใครล่ะ ที่สมควรต้องรู้”

1. Developer
2. Project Manager
3. User
4. Boss/Manager
* 3 กับ 4 ยังไม่จำเป็นก็ได้ เพราะเปลี่ยนแปลงความคิดได้ยาก

ความเห็น iFew : ในหัวข้อนี้เป็นการตอกย้ำความเข้าใจในการใช้ Framework มากขึ้น ว่า PHP และ HTML เป็นโครงสร้างเหมือนกัน แต่ CSS เป็นเรื่องของ Design ล้วนๆ ไม่เอามาปนกัน

Thailand Next Web Apps 2008
ช่วงรอทานข้าว

Thailand Next Web Apps 2008
ข้าวมาช้าไป 1 ชั่วโมง แต่ก็โอเคครับ เชสเตอร์กริว เหมือนงาน Drupal (เสียดาย ไม่ได้ไป)
มีให้เลือกทั้ง ปลา และ ไก่

Thailand Next Web Apps 2008
นั่งกินกับฟอร์ดและพี่อัท

Thailand Next Web Apps 2008
เราเลือกที่จะกินไก่เผ็ด

Thailand Next Web Apps 2008
ราดซอสพร้อมกิน (รู้สึก ภาพของกินจะเยอะเป็นพิเศษ)

Thailand Next Web Apps 2008
เครื่องดื่ม น้ำอัดลมกระป๋อ,น้ำอัดลมแบบแก้วใส่น้ำแข็ง,น้ำเปล่า,ชา,กาแฟ มีให้บริการฟรีตลอดงาน

Thailand Next Web Apps 2008
นั่งฟัง Web Standards กับ gootum และทีมงาน sanook

Thailand Next Web Apps 2008

Thailand Next Web Apps 2008
content is still THE KING – สุดท้าย การทำเว็บ ให้เป็น Web Standards ก็ไม่สำคัญเท่า เนื้อหาในเว็บ

Thailand Next Web Apps 2008
ป้ายชื่อ

Thailand Next Web Apps 2008
เสื้อที่แจก มีโลโก้ด้านหน้า

Thailand Next Web Apps 2008
โลโก้ผู้สนับสนุนหลังเสื้อ

จบครับ แล้วไว้เจอกัน BarCamp Thailand #2 วันที่ 30 สิงหาคม 2551 ครับ

ปล1. ยังไม่เห็นใครอัพ สงสัยไปกินกันต่อ อดเลยเรา T-T (เผื่อด้วยนะครับ)
ปล2. วันนี้รุ้งสวยมากครับ น่าจะเห้นกันทั้ง กทม ลองไปอ่านและดูรูปใน TNWA / Wall-E / สายรุ้ง